การใส่ภาพสินค้าเพื่อดึงดูดความสนใจ |
|
| กรณีที่ท่านมีภาพสินค้าแล้วคงไม่มีปัญหาอะไรสามารถใส่ได้เลย แต่หากยังไม่มีภาพสินค้าที่เป็นรูปแบบไฟล์ ให้ ส่งรูปสินค้ามาทางไปรษณีย์ แนบเงินมาด้วย 20 บาท ทางทีมงานจะทำการ Scan รูปสินค้าให้ 1 - 2 รูป อย่าลืมแจ้ง อีเมล์ หรือ หมายเลขประกาศมาด้วยนะครับ จะได้เอารูปไปใส่ให้เรียบร้อย [ รายละเอียดเพิ่มเ้ติม ] |
การตั้งราคาสินค้า |
ควรตั้งราคาให้เหมาะสม เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาการท้วงติง เรื่องราคาแพงเกินไป เช่นสินค้าใหม่ กับสินค้าเก่าราคาใกล้เคียงกัน อย่างนี้ขายยากแน่นอน ไม่ว่าตอนซื้อท่านจะซื้อมาแพงก็ตาม หากท่านขายแพง ก็ไม่มีคนซื้อแม้ว่าของท่านจะสภาพดีมากก็ตาม ยกเว้นให้สินค้าประเภทหายาก มีชิ้นเดียวในประเทศ และสินค้าที่มีอุปสงค์สูง ท่านจะมีอำนาจต่อรองสามารถตั้งราคาได้เอง
โดยก่อนตั้งราคา ท่านควรตรวจสอบราคาสินค้า ประเภทเดียวกับท่านในเว็บไซต์ก่อน โดยใช้"ค้นหา" ซึ่งอยู่ด้านบนของหน้า กรอกรุ่นหรือยี่ห้อของสินค้าของคุณ จากนั้นก็ทำการค้นหา หากมีรายการสินค้าที่เหมือนกับท่าน ท่านก็สามารถตรวจสอบราคาที่คนอื่นๆเค้าตั้งราคากันไว้ก่อน หน้าท่าน ทำให้ท่านสามารถตั้งราคาที่เหมาะสมกับตลาด ได้
ตัวอย่าง
นาย ก ประกาศขาย คอมพิวเตอร์ ราคา 20,000 บาท ใช้ได้ 5 เดือน สภาพใหม่อยู่ และยังมีประกัน ตอนซื้อมาราคา 26,000 อ่านดูเท่านี้ สินค้านี้น่าซื้อดีราคาไม่แพง แต่ราคาตลาดของคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ ณ ปัจจุบันถ้าซื้อใหม่ๆเหลือเพียง 22,000 บาท ฉนั้น เมื่อมานั่งดูแล้ว เพิ่มเงิน 2,000 ได้ของใหม่ 100% มีประกัน 12 เดือน น่าจะคุ้มกว่า โอกาศที่สินค้าของ นาย ก จะขายได้ก็น้อยลงไป ฉนั้นในการตั้งราคา ควรที่จะสำรวจดูราคาตลาดก่อนด้วย |
ใช้กลเม็ดเด็ด เข้าช่วงชิง ความได้เปรียบ |
นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ยังมีส่วนที่ช่วยเสริมให้ ประกาศของท่านมีผู้เห็นมากขึ้น ซึ่งท่านสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งแบบ ฟรี และ เสียเงิน ดังนี้
- ทำให้ประกาศเด้ง กรณีที่ลงประกาศแล้ว สามารถทำการเด้งประกาศได้ฟรีวันละ 1 ครั้ง ส่งผลให้ กระกาศของท่านอยู่อันดับบนๆ เสมอ
- กรณีที่เบื่อที่จะต้องมานั่ง โพสประกาศใหม่ หรือ มาคอยคลิกเด้งประกาศทุกๆวัน ให้ลองเลือกใช้บริการเหล่านี้ ซึ่งมื่อเทียบค่าใช้จ่ายเพียงน้อยนิดกับผลตอบแทนในการ ที่มีผู้คนรู้จักมากกว่า และอาจจะขายสินค้าได้มากขึ้น ก็คุ้มค่าเลยทีเดียว
 |
|
หน้ารอง ( หน้าแรกของหมวดต่างๆ )
โปรโมชั่นพิเศษสุดๆ สั่งซื้อครบ 3 เดือน รับแถบสีพิเศษกระทู้จะเด่นกว่าใคร

ระบบบัตรเติมเงิน ง่าย สะดวก อัตโนมัติ สั่งซื้อได้จากหน้า แก้ไขกระทู้ของท่าน
(อัตราโฆษณา แต่ละหมวดสินค้าราคาไม่เท่ากัน)
กระทู้ FIX ค้าง
Zoom ขยายรูป
Banner A B C
เด้งประกาศอัตโนมัติ วันละ 3 ครั้ง
Text Link
VDO Clip
รายละเอียดเพิ่มเติม / สั่งซื้อ , ชมได้จาก หน้าแก้ไขประกาศของท่าน |
|
คำแนะนำในการ "ซื้อ" ของผ่านอินเตอร์เน็ต |
- ควรตรวจสอบราคาหลายๆที่ เพื่อให้ได้ของที่ราคา สมเหตุสมผล (อาจจะตรวจสอบจากค้นดูราคาสินค้าประเภทเดียวกัน ในเว็บก่อนการซื้อ)
- ระวัง ราคาสินค้าที่ถูกจนเกินไป จนรีบตัดสินใจ หากมีผู้ที่แจ้งขายสินค้า ที่ราคาถูกมากเป็นพิเศษ และพยายามเร่งรัดการซื้อ-ขาย กรุณาเพิ่มความระมัดระวัง ในการซื้อ-ขายมากขึ้น
- ควรเก็บหลักฐานในการซื้อขายไว้และตรวจสอบที่มาของผู้ที่ต้องการจะขาย เช่น สำเนาบัตรประชาชน สัญญาซื้อขาย ใบเสร็จ ไว้เพื่อใช้ในการติดตาม และตรวจสอบ ในกรณีที่ สินค้ามีปัญหา ในภายหลัง เพราะชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ ที่ให้ไว้ ในตอนแรก อาจมีการเปลี่ยนแปลง ในภายหลัง หรืออาจจะมีการโทรเช็ค 1133 ว่าบ้านเลขที่ที่ส่งมาตรงกันหรือไม่
- ในการโอนเงินทางธนาคาร ไม่สามารถ อายัดเงิน ให้ท่านได้ แต่หากจำเป็นจริงๆ ท่านสามารถ ใช้บริการ ส่งสินค้า ผ่านช่องทางต่างๆ ได้
- กรณีที่ถูกหลอกลวง ท่านสามารถ แจ้งความ กับทางตำรวจ ได้ทันที โดยแจ้งสน. พื้นที่ ที่ท่าน ทำการโอนเงิน โดยอาศัย หลักฐานต่างๆ ที่ท่านได้เก็บไว้
|
คำแนะนำในการ"ขาย"สินค้า |
- ก่อนตั้งราคาควรเสนอราคาอย่างสมเหตุสมผล
- เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ท่านจะขายให้พร้อม เช่น คู่มือ, ใบรับประกัน หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมากับสินค้า
- เปรียบเทียบราคากับราคาตลาด อย่าลืมคิดถึงค่าใช้จ่ายหากมีการการปรับปรุง ซ่อมแซม ส่วนที่จำเป็น เป็นต้นในกรณีที่ท่านไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมใดๆ ควรแจ้งให้ผู้ซื้อทราบล่วงหน้า
- เมื่อนัดหมายให้ผู้ซื้อมาดูสถานที่ ไม่ควรอยู่ตามลำพัง นัดหมายเพื่อนของท่านมาด้วย และเก็บเงินหรือของมีค่าไว้กับตัวท่าน
- ควรขอชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ และติดต่อกลับไปเพื่อเป็นการตรวจสอบว่า บุคคลที่สนใจนั้นมีตัวตนจริง
|
คำแนะนำในการ ส่ง-มอบ สินค้า
|
- ควรนัดพบในที่สาธารณะที่ๆมีคนมาก เช่นห้างสรรพสินค้า
- ไม่ควรนัดยามวิกาลจนเกินไป
- อาจจะพาเพื่อนไปด้วย เพื่อความปลอดภัยในการ รับหรือส่งสินค้า
- ไม่ควรนัดมารับสินค้าที่บ้าน
- หากไม่แน่ใจ ควรจะให้เค้าแสดงหลักฐานบัตรประชาชน หรือ ข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ในการติดตามได้ในอนาคต ก่อนทำการซื้อ-ขาย
- ถ้าไม่สะดวกในการนัดเจอ จำเป็นต้องใช้บริการส่งทางไปรษณีย์
ควรหีบห่อสินค้า ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะสินค้าที่เสียง่าย เช่น ฮาร์ดดิสค์, มือถือ กับ แท่นซาร์ตถ้าใส่รวม ควรมีอุปกรณ์กันกระแทก และการส่งสินค้ามีหลายแบบได้แก่ ส่งทางพัสดุไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือ ไปรษณีย์ EMS
โดยให้ผู้ซื้อชำระเงินทาง ธนานัติ/โอนเงินเข้าบัญชีผู้ขาย ก่อน หรือหลังส่งสินค้า แล้วแต่ตกลงกัน วิธีนี้จำเป็นที่ ผู้ซื้อ และผู้ขาย ไว้ใจกันและกัน!!! โดยควรมีการพูดคุยกัน ทางโทรศัพท์ หรือวิธีอื่นใด เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีการโกง ส่งทางพัสดุไปรษณีย์เก็บเงินปลายทาง (พกง.)
คล้ายกับส่งทางพัสดุไปรษณีย์ จะมีแบบฟอร์มให้กรอก รายละเอียดว่าต้องการให้ส่ง พัสดุไปที่ ไปรษณีย์ไหน (ต้องสอบถามจาก ผู้ซื้อว่าสะดวกไปรับ ที่ไปรษณีย์ไหน), และมีฟอร์มธนานัติให้กรอก รายละเอียดของผู้ขาย จากนั้นนำใส่ซอง ที่จ่าหน้าถึงผู้ขายเอง เพื่อที่ไปรษณีย์ จะได้ส่งธนานัติกลับ (ค่าบริการส่ง พกง. 60 บาท)
จากนั้น เมื่อพัสดุไปถึง ไปรษณีย์ปลายทาง ทางไปรษณีย์ปลายทาง จะแจ้งไปยังผู้ซื้อ ให้ไปรับพัสดุ เมื่อผู้ซื้อไปถึงไปรษณีย์ ต้องชำระเงิน ก่อนที่จะได้รับห่อสินค้า จากนั้นไปรษณีย์จะส่งเงินที่ได้ มาทางธนานัติ โดยใส่ซอง ที่ผู้ขายแนบไป เพื่อให้ผู้ขายนำไปขึ้นเงิน ในกรณีที่ผู้รับ ไม่ไปรับสินค้าใน 30 วัน พัสดุจะตีกลับ ไปยังไปรษณีย์ต้นทาง และจะมี จม. แจ้งให้ไปรับคืน (ต้องเสียค่าส่ง พกง. ครึ่งนึง) การโอนเงินเข้าบัญชีไปก่อน แล้วส่งสินค้าตามไป วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่อยุ่ห่างกันคนละจังหวัด โดยเป็นการโอนเงินไปให้กับผู้ขายก่อน แล้วหลังจากนั้นผู้ขายก็จะทำการส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อ หรือตามแต่การตกลงกัน
|
การรับสินค้าผ่านทาง พ.ก.ง. อย่างปลอดภัย
|
- ไปที่ไปรษณีย์ตรวจสอบกล่องหรืออะไรอื่นๆ ที่ส่งมาให้ก่อน ถ้ารูปทรงของกล่องหรืออะไรอื่นๆ ใกล้เคียงกับอุปกรณ์ที่ซื้อก็รับได้ แต่ถ้าไม่ ก็ไม่ต้องรับ
- ในกรณีที่รับ ต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะเปิดดูได้ ให้เปิดดูเลย เพื่อจะให้ทางเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เป็นพยาน พยายามให้ กล่องหรืออะไรอื่นๆ บุบสลายน้อยที่สุด เพราะถ้าไม่ใช่ของที่ซื้อ ควรให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ส่งของคืน ไม่รับ และจะได้เงินคืน ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ไม่ยอม อ่านข้อที่ 3 (การแกะหีบห่อแล้วไม่สามารถคืนได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น*)
- ในกรณีที่จ่ายเงินแล้ว แต่ของไม่ใช่ตามที่ซื้อ หรือไม่ทำงาน ( ถูกหลอก ) ให้ไปแจ้งความ
- นำใบบันทึกประจำวัน (ใบแจ้งความ) มาที่ไปรษณีย์มาหาหัวหน้าศูนย์ไปรษณีย์ (คุยกับเขาก่อนเรื่องรายละเอียด) เพื่อขออายัดเงินที่ไปรษณีย์ ที่เดิม
- จะได้รับเงินคืน ภายใน 2 เดือน
|
วิธีการป้องกันและการตรวจสอบก่อนการโอนเงินหาผู้ขาย
|
คุณควรจะขอข้อมูลผู้ขายเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจมากขึ้น เช่น
- เบอร์โทรศัพท์บ้านหรือเบอร์ Ofiice (จริงๆ)
- เบอร์โทรศัพท์ระบบ Digital เพราะโทรศัพท์ที่จดทะเบียนจะสามารถยืนยันตัวบุคคลจริงได้
- เสาเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือจดทะเบียน
- เวบไซท์ที่นำเสนอ น่าเชื่อถือ ได้
- ตรวจสอบเบอร์โทรของผู้ขาย หากเป็นเบอร์ธรรมดาว่า เป็นเบอร์ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับที่ที่คุณจะโอนเงินไปหรือเปล่า เพราะอาจจะมีการ หลอกล่วงได
- ควรโอนเงินผ่านหน้า เคาเตอร์ของธนาคาร เพราะจะสามารถติดตามหรือ อาญัติเงินได้ โดยการแจ้งไปยังสำนักงานใหญ่ ในกรณีที่คุณ "สงสัยว่ามีการฉ้อโกงเกิดขึ้น" เพราะหากคุณใช้บริการโอนเงินผ่าน ATM การติดตามจะเป็นไปได้ลำบากกว่า
|
หากโอนเงินไปแล้ว ผู้ขายไม่ส่งสินค้ามาควรจะทำอย่างไร ?
|
- ควรเข้าไปแจ้งตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน ว่าถูกฉ้อโกง หรือ สงสัยว่าถูกฉ้อโกง เพื่อที่จะนำหลักฐานจากตำรวจ ไปดำเนินการในขั้นตอนอื่นๆ
( ต้องนำหลักฐานการสั่งซื้อ / หลักฐานการโอนเงิน หากมีหลักฐานอีเมล์ที่พูดคุย หรืออื่นๆที่เป็นประโยชน์ในการติดตามผู้ร้าย นำไปด้วยเพราะบางสถานีตำรวจยังไม่รู้จักใช้ Internet เลย จะแจ้งความลำบากมากเพราะไม่เข้าใจกัน )
- ตรวจสอบหมายเลข IP จากทางเว็บไซต์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตาม ในกรณีที่ผู้ขายได้ลงประกาศไว้ ในเว็บไซต์
|
| |